งานซ่อมบำรุงเครื่องจักร
สินค้าและบริการ
www.pd-constructiongroup.com
งานซ่อมบำรุงเครื่องจักร
รายละเอียด

ในเรื่องของการซ่อมบำรุงนั้นหมายถึง  การพยายามรักษาสภาพของเครื่องมือ  เครื่องจักรต่าง ๆ  ให้มีสภาพที่พร้อมจะใช้งานอยู่ตลอดเวลา  ในเรื่องของงานการผลิตหรือการให้บริการ  มักจะหลีกเลี่ยงงานที่สำคัญอีกงานหนึ่ง  คือการซ่อมบำรุงไปไม่ได้  ยิ่งในโลกปัจจุบันได้มีการใช้เครื่องจักร  อุปกรณ์ต่าง ๆ มากขึ้น  การที่เครื่องจักรเกิดขัดข้องอย่างกะทันหัน  หรือไม่สามารถใช้งานได้  จะทำให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน  การที่จะได้มาซึ่งเครื่องจักรที่มีคุณภาพนั้น  ต้องมีการซ่อมบำรุงที่ดี

การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) จะเป็นการวางแผนโดยกำหนดระยะเวลา  ในการเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่  หรือการโอเวอร์ฮอลเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น  จะเป็นการวางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้า  ทำให้ไม่ต้องหยุดการใช้งานสินทรัพย์  หรืออุปกรณ์แบบฉุกเฉิน  โดยทั่วไประยะเวลาในการทำงาน  สามารถหาข้อมูลอ้างอิงได้จากคู่มือของผู้ผลิต  หรือจากแผนการบำรุงรักษาที่ใช้งานอยู่  เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง  และเครื่องกรองน้ำมัน  การเปลี่ยนกรองอากาศรถยนต์ เป็นต้น  

ข้อดีคือ สามารถทำการวางแผนการบำรุงรักษา  และแผนการใช้ทรัพย์สินอย่างง่าย ๆ  โดยทั่วไปมักจะปฏิบัติตามคู่มือผู้ผลิต  ทำให้สามารถใช้งานสินทรัพย์  ได้มากกว่าการบำรุงรักษาแบบแก้ไข  ข้อสังเกตโดยทั่วไปไม่สามารถรู้  หรือขาดข้อมูลที่จะประมาณอายุการใช้งานสินทรัพย์  เพิ่มความเสี่ยงความเสียหายที่เกิดขึ้น  หลังงานบำรุงรักษา  (ถ้าไม่ทำการบำรุงรักษาสินทรัพย์ก็จะไม่ชำรุด  หรืออาจกล่าวได้ว่า  การบำรุงรักษาเป็นสาเหตุ  ที่ทำให้เกิดการชำรุดของสินทรัพย์)  ประสิทธิภาพและประสิทธิผล  ของแผนการบำรุงรักษาตามคู่มือผู้ผลิต 

การซ่อมบำรุงแบบนี้  จะเป็นการแก้ปัญหาที่รากของปัญหา เพื่อลดโอกาสการชำรุดเสียหาย  และลดงานบำรุงรักษา  ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น  ซึ่งจะเป็นข้อดีคือเพิ่มอายุการใช้งานของสินทรัพย์  ช่วยลดงานบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง  ซึ่งข้อสังเกตโดยทั่วไป  อาจจะต้องใช้ทรัพยากร  ในการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์  เพื่อทำการปรับปรุง  ข้อเสนอแนะที่ได้จากวิเคราะห์ปัญหา  อาจจะมีต้นทุนที่สูงมาก  และอาจจะไม่คุ้มกับการลงทุนก็เป็นได้ 

การบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance : CM) หรือบ้างก็เรียว่าการการบำรุงรักษา  หลังเกิดการเสียหาย  หรือใช้งานจนกระทั่งเสียหาย  เป็นเทคนิคการบำรุงรักษาที่ง่ายที่สุด  แต่ในทุกอุตสาหกรรม  ยังใช้เทคนิคการบำรุงรักษาแบบนี้อยู่  โดยจะดำเนินการแก้ไข  หรือซ่อมแซมสินทรัพย์  ก็ต่อเมื่อสินทรัพย์เกิดความเสียหาย  จึงทำให้ต้องหยุดการใช้งานสินทรัพย์  ข้อดีคือ ได้ใช้ประโยชน์จากอายุการใช้งาน  ของเครื่องจักรอย่างคุ้มค่า  ไม่ต้องเสียกำลังคนและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา 

ข้อสังเกตเราไม่สามารถวางแผน  และกำหนดเวลาในการซ่อมแซม  หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนได้  บางครั้งจำเป็นต้องรีบทำงานให้เสร็จ  จึงทำให้คุณภาพของการซ่อมแซมไม่ดีพอ  โดยปกติเมื่อเกิดการเสียหายแล้ว  มักจะทำให้การเสียหายอย่างรุนแรง  เป็นผลให้การซ่อมแซมหรือแก้ไข  จะทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก  ยิ่งไปกว่านั้นความเสียหายที่เกิดขึ้น  อาจจะมีผลกระทบกับความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย 

การบำรุงรักษาตามสภาพ (Condition Based Maintenance : CBM)  หรือบ้างก็เรียกว่า  การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance)  จะเป็นวิธีบำรุงรักษาอุปกรณ์  หรือสินทรัพย์ตามสภาพของสินทรัพย์  การบำรุงรักษาตามสภาพจะใช้หลักการที่ว่า  โดยทั่วไปเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น  อุปกรณ์หรือสินทรัพย์จะแสดงสัญญาณบางอย่างออกมา  ดังนั้นถ้าหากเราสามารถทำการตรวจจับสัญญาที่แสดงออกมาได้  เราก็สามารถทำการบำรุงรักษา  ก่อนที่สินทรัพย์จะเสียหาย เช่น  ความร้อน, เสียง, การสั่นสะเทือน, เศษผงโลหะต่าง ๆ การตรวจสอบตามสภาพสามารถทำได้โดย  การใช้ประสาทสัมผัสของมนุษย์  การใช้เครื่องมือวัดที่มีอยู่ในสินทรัพย์  การใช้เทคนิคการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย การใช้เครื่องมือพิเศษในการตรวจสอบสภาพ 

ข้อดีคือ ทำให้สามารถใช้งานสินทรัพย์ได้ถึงปลายอายุที่ใช้งานได้  สามารถบริหารและจัดการงานบำรุงรักษา  ได้ง่ายกว่าการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน  เนื่องจากโดยทั่วไปสามารถทำการตรวจสอบขณะใช้งานสินทรัพย์  ช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียหายหลังงานบำรุงรักษา  โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษา  จะต่ำกว่าการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข  ข้อสังเกตโดยทั่วไปจะต้องลงทุนซื้อเครื่องพิเศษ  หรือจ้างแรงงานจากภายนอก  สำหรับการตรวจสอบตามสภาพ  ต้องลงทุนในการอบรมพนักงาน  ในการใช้เครื่องมือพิเศษ  ต้องระมัดระวังความผิดพลาด  ในการวิเคราะห์สภาพจากการใช้เครื่องมือพิเศษ  คนมีประสาทสัมผัสที่ไม่เหมือนกัน  ซึ่งจะเป็นข้อจำกัดในการตรวจสอบตามสภาพ 

การบำรุงรักษาเชิงรุก (Proactive Maintenance)  จะเป็นการบำรุงรักษาที่ทำก่อนที่จะเกิดการเสียหายของสินทรัพย์  โดยทั่วไปจะเป็นการทำการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน  หรือการบำรุงรักษาตามสภาพ  ในอีกมุมมองหนึ่งหมายถึงการวิเคราะห์รากของปัญหา  เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา  เพื่อกำหนดวิธีการบำรุงรักษา  หรือมาตรการอื่นเพื่อป้องกัน  ไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นมาอีกในอนาคต  ข้อดีลดข้อจำกัดของการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน  และการบำรุงรักษาตามสภาพ  ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ที่รากของปัญหา  ข้อสังเกต  ปัญหาในการพิจารณาควรจะทำแบบเชิงป้องกันหรือแบบตามสภาพ

การบำรุงรักษาเน้นความเชื่อถือได้ (Reliability Centered Maintenance : RCM) เป็นวิธิการ กระบวนการ  หรือกรอบการทำงานที่เป็นมาตรฐานนานาชาติ  ที่ใช้กำหนดแผนการบำรุงรักษา  เพื่อเพิ่มระดับความเชื่อถือได้  ความพร้อมใช้  และช่วยลดค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาสินทรัพย์  การบำรุงรักษาเน้นความเชื่อถือได้  ถือกำเนิดในอุตสาหกรรมการบินกว่าสี่สิบปีมาแล้ว  หลังจากนั้นหน่วยงานความมั่นคง  อุตสาหกรรมการผลิตและบริการทั่วโลกก็ได้นำการบำรุงรักษาเน้นความเชื่อถือไปใช้  ซึ่งจะประกอบไปด้วย  การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน  การบำรุงรักษาตามสภาพ  การค้นหาความเสียหาย  และการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข 

และกลยุทธ์อื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือการบำรุงรักษา  ข้อดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลของแผนการบำรุงรักษา  โดยทั่วไปสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้ 40-70 % กำหนดกรอบการพิจารณาที่ชัดเจนในการเลือกเทคนิคการบำรุงรักษา  เป็นมาตรฐานนานาประเทศ ข้อสังเกตต้องลงทุนในการอบรมพนักงาน  และต้องการทรัพยากรมากในช่วงเริ่มต้น 

หากท่านมีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ  ในเรื่องของการบำรุงรักษา  ทางเรามีทีมงานมืออาชีพที่จะคอยช่วยเหลือท่านได้  เพียงท่านติดต่อหาเรา  เราพร้อมที่จะให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาให้ท่าน  ด้วยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ  ประสบการณ์สูง  ทั้งทีมสถาปนิก  ทีมวิศวกร  และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง  เพื่อร่วมกันพัฒนาและให้การสนับสนุนท่าน.

Top